Suchana's profileอุ๊อู๋ไง.. รู้จักมั๊ย.. ...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
อุ๊อู๋ไง.. รู้จักมั๊ย.. อุ๊อู๋น่ะ..September 12 หนีกลับมาที่เดิม..เบื่อ hi5 ไม่รู้สิ.. คงเหนื่อยล่ะมั๊ง ที่ต้องคอยเรียกร้องความสนใจจากสังคม กลับมาเล่น space ดีกว่า.. (คิดว่ามันเชยแล้ว คงไม่มีคนอ่าน ฮ่าๆๆ)
ตอนนี้เรากำลังอยู่ในภาวะที่หมิ่นเหม่ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิด "อาการทางประสาท" และ "โรคซึมเศร้า" รึเปล่า.. คิดว่านะ ว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น
เพราะในหนึ่งสัปดาห์ ต้องทำงาน 5 วัน เดินทางไปกลับร่วม 3 ชั่วโมง เพื่อไปเข้าฟิตเนสหลังเลิกงาน กว่าจะถึงบ้านก็ 4 ทุ่มกว่าๆ
เสาร์-อาทิตย์ก็มีเรียนเต็มวัน ..แล้วเวลาพักผ่อนอยู่ที่ไหนเนี่ย อยากไปทะเล แต่ก็ทำได้แค่นั่งจ้องหน้าคอมฯ ในช่วงหัวค่ำ
"งาน คือ หน้าที่" บางทีก็ต้องฝืนอะไรหลายๆ อย่างเพื่อทำงานให้ผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นในทุกวัน ..เริ่มเหนื่อยสะสม
ใจอยากไปหางานใหม่ที่ไม่ขัดกับธรรมชาติของตัวเองขนาดนี้ แต่ติดที่ "รายได้" ..ซึ่งพ่อแม่ค่อนข้างพอใจ
พยายามจะหาความสุขจากงานและคนรอบตัว แต่ดูเหมือนทัศนคติจะไม่สอดคล้องกันสักเท่าไหร่
ภาษาชาวบ้านเรียก "เข้ากับใครไม่ได้" ..แค่นั่นแหละ บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเพราะอะไร
ไม่อยากเป็นคนอ่อนแอ ไม่อยากให้ความเหงาของเรา พาเราไปเป็นภาระให้คนอื่น
เวลาทำงานก็ต้องอดทน (เพื่อนร่วมงาน.. ที่ไม่รู้จะมายุ่งกะชีวิตกูทำไม)
เวลาจะกลับบ้านก็ต้องรอคอย (รถเมล์.. ออกแค่ชั่วโมงละหนึ่งคัน)
เวลาว่างก็คิดฟุ้งซ่าน (ถึงใครบางคน.. ที่จบกันไปนานแล้ว)
ถ้าเปลี่ยนไปทำงานที่เงินเดือนน้อยกว่านี้ จะอยู่ได้มั๊ย
แล้วงานอะไรที่เราจะอยู่ได้นาน อย่างมีความสุข
ตราบใดที่ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้..
"ก็คงต้องเป็นอย่างนี้ ..ต่อไป" April 30 เมื่อหนุ่มๆ เป็น "น้องหมา" ..โทษฐานที่รู้จักกัน : 29 เม.ย. 2552คนแรก.. หมาเกาหลี Original กิมจิ หมาเตี้ย ตัวป้อมๆ จิตใจดี หมาขี้อาย ชอบเล่นตัว ความรู้สึกช้า บินมาหากูที่ไทยเพื่อจะ Count Down ปีใหม่กะกู ในตอนที่กูเปลี่ยนใจไปเล็งหมาตัวใหม่แล้ว (แดกแห้วไปซะ..) เป็นหมาหน่อมแน้ม แต่แม่กูชอบ บอกว่าเหมือนได้ลูกสาวเพิ่ม!! คนที่สอง.. หมาตัวนี้ Body Perfect !! เป็นนักกีฬาว่ายน้ำ หน้าตาฉลาด แต่ยังเรียนไม่จบ ไม่รู้เพราะอะไร เป็นหมาเงียบที่สุด เข้าใจยากที่สุด แต่กูอยากได้ที่สุด เรียกมา 3 ปีแล้ว แต่ไม่ยอมมา(เป็นหมากู)ซะที หมาจีนสัญชาติไทย หมาเย็นชา แต่ใช้เป็นสารถีได้ตลอดเวลา คนที่สาม.. หมาเหี้ย หมากร้านโลก หมาอ้วนดำ แก่ เป็นหมาที่ปรึกษาส่วนตัว หมาหน้าเงิน (ทวงอยู่นั่นแหละ "10 ดอล" ..กูไม่ได้ยืมมึงซะหน่อย) หมาลามก หม้อ หมาสุขภาพแย่ อืม..เป็นหมาจิตใจดี แต่สันดานเลว เป็น "หมาสารเลวแห่งชุมนุมเชียร์ ม.ธรรมศาสตร์" 555+ คนที่สี่.. หมาทำกับข้าวเก่ง หมาขาเนียน หน้าใสปิ๊ง เคยไว้ผมยาว (..มัดใจกูซ้าาา)ทางบ้านเค้าก็สนับสนุน แต่เราไม่มีเวลาไปสานต่อ (เสือกได้ทุนมาอินโด) อยากกินข้าวราดหมึกผัดไข่เค็มฝีมือแกชิบ เป็นหมาที่กูบ้าเป็นพักๆ ต่อเนื่องยาวนานตลอด 4 ปี ในรั้วเหลืองแดง คนที่ห้า.. หมาผอมดำ แต่วางตัวดี เป็นหมา Gentle Man ได้ยินว่ากำลังมีปัญหากับเจ้าของเก่า แต่ไม่เลิกกันซะที..ไม่เข้าใจ เป็นหมามีการศึกษา น่าคบ ชอบเดินป่า กูเคยชอบมาก ชนิดเจอหน้าแล้ว "กูเขิน" แต่จำสาเหตุไม่ได้ ..กูชอบเพราะอะไร ?? คนที่หก.. หมาน้อยน่ารัก หมาขี้น้อยใจ หมาเงียบ เป็นหมา Sensitive มีโลกส่วนตัว ขี้อ้อน แต่ยังเด็กอยู่ มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ปล่อยไปเองกับมือแล้วก็เสียดาย ไม่กล้าเรียกกลับทั้งที่อยากได้คืน แต่กลัวโดนเห่าใส่ เดี๋ยวกูน้ำตาเล็ด .."ยังรักตัวเล็กเหมือนเดิมนะคับ" คนที่เจ็ด.. ตัวนี้เรียกแล้วมันไม่เข้าใจ คิดว่ากูแค่แหย่เล่น ก็เข้ามาให้เล่นด้วยนิดหน่อย แล้วเจ้าของก็มาตาม (แบบว่า She หวงมาก!!) เป็นหมามีการศึกษา ขี่เบนซ์ ตอนนี้อยู่จีน เป็นหมาที่คุยแล้วถูกคอ พูดภาษาเดียวกัน แต่ไม่รักษาสัญญานะเมิงง เออ..กูเคยชอบ!! คนที่แปด.. หมาเทพ พ่อเป็นหมอ หมาดูดี ร้องเพลงเพราะ เล่นกีต้าร์เก่ง เป็นหมานักวิจัย ชอบทำค่ายอาสาฯ เป็นหมาที่กูสรรเสริญ (..เกินไขว่คว้า) ปัจจุบันอยู่อเมริกา เป็นหมาที่ทำให้เราเข้าใจว่า "แค่เห็นหลังคาคณะเธอ ก็เป็นสุขใจ" นาน 2 ปีเต็ม !! คนที่เก้า.. หมาขี้เหร่แต่อารมณ์ดี หมาขี้โม้ แดกหมูไม่ได้ กูเผลอไปเล่นด้วย ตอนนี้เลยพยายามเลียปากกูอยู่ กรรมแท้..ไล่ก็ไม่ไป หมาไทยจบนอก แต่ภาษาไทยนี่ ขั้นเทพเลย (คุยด้วยแล้ว..งง!!) สูบบุหรี่ แดกเหล้าพอเมาแล้วพังร้าน เฮ้อ..เอาไปเก็บที (-_-") คนที่สิบ.. หมาอินโดฯ ตาใส ตัวเล็ก ใส่แว่น บ้าพลัง เป็นอะไรที่ดึงดูดกูมาก ๆ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ เป็นหมาที่ประกาศตัวตลอดว่า "โสด" จะให้กูหาแฟนให้ อืม..นะ แล้วก็หายไปจากชีวิตกูครึ่งปี อยู่ดีๆ ก็โผล่มาที่ห้องกูตอนสี่ทุ่ม(ไม่โทรนัดด้วย) แล้วยังจะพูดหน้าระรื่นอีกว่า "Surprise!!" (..เตี่ยมึงสิ) คนที่สิบเอ็ด.. หมาตัวสูง ตามสไตล์หนุ่มเหนือ เจอกันในสนามบอล คนไม่สนิทกันแต่พูดให้กูประทับใจแม่งชิบหาย "เฮ้ย ไหนที่นอนเราวะ ..??" "อู๋ถ้าแกจะนอนข้าง ๆ เรา แกช่วยไปอาบน้ำถูสบู่ก่อนได้ปะ ..สกปรก!!" แต่เมื่อกี้..กูจำได้ว่ามึงยังเอา "หมอนหนุนหัวมึง" มาไล่ตีกูอยู่เลย งิ!! คนที่สิบสอง.. หมาไทย กรุงเทพฯ หน้าตาดีละลายใจมากๆ (ทั้งหญิงแท้ หญิงเทียม) เจอที่นี่แหละ ไม่ได้คลุกคลีมาก เพราะแพ้ทาง น้องสาวกูทุ่มทุนสร้างจริงๆ (..นับถือๆ) เด็กกว่ากูปีเดียว แต่เรียกกูพี่ครับๆ จนกูแก่ลงไปเยอะเลยจากคำพูดมัน ..ไอ้เด็กเวร!! คนที่สิบสาม.. หมาหนวด สัญชาติไทย (ได้ข่าวว่าแฟนสวยและอวบอัดไม่แพ้กัน) ผู้ชายอะไร "เล่นกล้ามจนนมใหญ่" ..เฮ่อะๆๆ หน้าตา ตื่นมาก็มึนเลย เหมือนเสพยาก่อนตื่น นิสัยดีว่ะ แต่แม่งโลกส่วนตัวสูงมากก.. กูเลยจับนมแม่งเลย ..เกี่ยวกันมั๊ย (โรคจิตจริงจัง) คนที่สิบสี่.. หมาดำจริงๆ เคยได้อยู่ร่วมชะตากรรมกันประมาณสามสี่เดือน แล้วมันก็ทิ้งกูไป (หนีกลับไทย) เป็นน้องชายที่พึ่งพาได้ แอบปากร้ายเอาเรื่อง และที่สำคัญ "อยู่ไทยขายไม่ออก แต่อยู่นอกแม่ง Popular (ในหมู่เกย์) นะเว้ย" ..เฮ้ย คิดถึงมึงว่ะ หมาตัวนี้ไม่รู้ตายรึยัง ไม่เอ่ยถึงดีกว่า เดี๋ยวมันตามมาหลอกกู !! April 27 ความรัก ราศีพฤษภชาวราศีพฤษภเป็นคนธาตุดิน เป็นคนนิ่งๆ และไม่โลดโผนมากนัก แต่ก็ไม่ใช่คนจำพวกที่น่าเบื่อ ชาวราศีวัวออกจะเป็นคนที่อุบอุ่น ละเอียดอ่อน และโรแมนติกด้วยซ้ำไป เขาจะทำสิ่งใดด้วยใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความจริงใจ สิ่งที่เขาต้องการก็คือความจริงใจเช่นกัน ความเข้าใจกันและสมัครสมานสามัคคีกัน ชาวราศีวัวเป็นคนที่ชอบสิ่งของที่ดูหรูหรา ดูดี อาจไม่จำเป็นต้องเป็นของมียี่ห้อ แบรนด์เนมอะไร หากเป็นที่ถูกอกถูกใจเขาได้ล่ะก็ คนๆนั้นก็อาจจะเป็นคนโปรดของชาวพฤษภเลยทีเดียว หรือไม่ก็ต้องเป็นคนที่สามารถทำให้เขาอารมณ์ดีได้และแสดงออกทางความรู้สึกให้มากๆเข้าไว้ แล้วคุณก็จะเป็นที่รักของชาวราศีนี้ได้อย่างง่ายดาย ไม่เชื่อก็ลองดูสิ
ความโรแมนติกแบบราศีพฤษภคงไม่มีคำไหนจะอธิบายความโรแมนติกของชาวพฤษภได้ดีเท่ากับคำว่า หวาน และอ่อนโยน เขาจะเป็นคนที่มีอารมณ์ละเอียดอ่อน การสัมผัส การส่งยิ้ม หรือการสบตาจะมีความหมายเป็นอย่างยิ่งถ้ามาพร้อมกับดอกกุหลาบสวยๆ หรืออะไรที่สร้างบรรยากาศให้ความโรแมนติกได้ เป็นอะไรที่ทำให้ชาวพฤษภปลื้มใจสุดๆ เพราะชาวพฤษภให้ความสำคัญกับสิ่งของที่มีความหมายเหล่านี้ และสิ่งของต่างๆที่อบอวลไปด้วยความหวาน ชาวพฤษภเป็นคนที่ยึดถือในความหนักแน่น มั่นคง ถ้าคุณพิสูจน์ใจให้เขาเห็นถึงความมั่นคงและซื่อสัตย์ในตัวคุณแล้ว คุณจะเป็นหนึ่งในดวงใจของเขาตลอดไป ความรักของราศีพฤษภชาวพฤษภจะเป็นเพื่อนที่ดี ถ้าเจอคนที่ถูกใจและต้องไม่ผูกมัดอะไรมากมาย ความสัมพันธ์ของชาววัวจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่จะยืนยาวไปอีกนาน เขาจะไม่ยอมย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ จนกว่าจะได้มาในสิ่งที่ปรารถนา เขาเป็นคนที่ทุ่มเทและจริงใจ ดังนั้นหากใครรู้ตัวว่าไม่ใช่คนที่จริงใจ หรือชอบเอาเปรียบคนก็อย่าคบกับชาววัวเลย เพราะเขาไม่ชอบคนแบบนี้ ชาวพฤษภชอบที่จะคบเพื่อนน้อยๆ คน แต่คบแบบสนิทแนบแน่น เขาจะสร้างมิตรภาพกับคุณแบบจริงใจและจริงจัง เพื่อนของชาวพฤษภควรจะฝึกการง้อและเอาใจไว้บ้าง เพราะชาววัวค่อนข้างจะขี้งอนและขี้น้อยใจ อาจจะเป็นการง้อโดยการขอโทษ ทำตัวดีๆ เอาใจ หรือไม่ก็อาจเป็นการหาซื้อของเล็กๆน้อยๆที่มีความหมายดีๆให้ แค่นี้เพื่อนชาวพฤษภของคุณก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้แน่ๆ ความสัมพันธ์แบบชาวราศีพฤษภชาวพฤษภเป็นคนที่หนักแน่นในความรัก เมื่ออยู่ในที่สาธารณะเขาจะเก็บอาการไม่แสดงออกความรู้สึกมากนัก แต่ถ้าอยู่ตามลำพังก็จะแสดงความรู้สึกออกมาตรงๆ ชาววัวต้องการการดูแลเอาใจใส่มากพอดู ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่ด้วยกันตลอด 24 ชม. สามารถมีความเป็นอิสระส่วนตัวได้ ตราบใดที่มีความไว้เนื้อเชื่อใจกันและกัน ชาวราศีพฤษภมองเรื่องของความรักกับเรื่อง Sex เป็นของคู่กัน และเป็นองค์ประกอบของกันและกัน ดังนั้น Sex จึงเป็นเรื่องที่สวยงามของชาวพฤษภ SEX กับราศีพฤษภชาวพฤษภเป็นอีกหนึ่งราศีที่มีเสน่ห์เย้ายวนใจ มีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามอย่างง่ายดาย เขาจะใช้สิ่งเหล่านี้แหละเพื่อแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง สำหรับเขาการแสดงออกในความรักของเขาจะแสดงออกอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน เป็นคนที่สร้างอารมณ์และความรู้สึกที่ดีในการอยู่ร่วมกัน เป็นคนที่มีความโรแมนติก เพราะเขารู้สึกว่า Sex มาจากความรู้สึกข้างในที่เต็มไปด้วยความรัก ซึ่งเป็นสิ่งสวยงามในชีวิตเขา แล้วอะไรหล่ะที่ชาวราศีพฤษภต้องการ ชาวพฤษภต้องการใครสักคนที่หนักแน่นและมั่นคงที่จะทำให้ชีวิตของเขามีความสุขได้ ต้องการคนที่ให้ทั้งความรัก การดูแลและสิ่งของที่มีความหมายดีๆ ที่จะติดตรึงอยู่ในใจของชาววัวตลอดไป การดูแลให้ความอบอุ่นและความเชื่อมั่น คือวิธีที่เหมาะที่สุดที่จะปฏิบัติให้กับชาวพฤษภและก็เป็นสิ่งที่เขาต้องการ ชาวพฤษภเป็นคนที่พึ่งพาอาศัยได้และเป็นคนที่คอยดูแลเอาใจใส่สม่ำเสมอ หากใครต้องการเป็นคนที่โชคดีที่จะใช้ชีวิตในโลกอันสวยงามร่วมกับเขาได้ จะต้องใจเย็นและใช้เวลาในการค่อยๆบ่มเพาะความรัก ความรู้สึกในการพิชิตใจชาวพฤษภ April 13 .. ได้อะไรจากอินโดนีเซีย
คิดว่า “ได้บ้างไม่ได้บ้าง” อ่านแล้ว “งง” อะเด้!! อ่านไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เข้าใจเองแหละ ว่าแต่จะอ่านไม่อ่านนั้นก็อีกเรื่องนึง ไม่ได้บังคับ ว่ะฮ่ะฮ่า.. อันดับแรกต้องนี่เลย “ภูมิคุ้มกันทางด้านอาหาร” เพราะท้องเสียเกือบตายตั้งสี่เดือน (-_-“) คิดว่ากลับไปคราวนี้ “ใดๆในโลกนี้ เราก็คงจะแ*กได้หมดแล้วแหละ ยกเว้นของเสียและขยะอ่านะ” อย่างที่สองคง “เพื่อน” อาจไม่มากมายและไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์เท่าไหร่ แต่ก็เอาวะ... “ได้มาแล้วนี่ให้ทำไงล่ะ” ฮ่าๆๆ แล้วก็ “สังคม” สงสัยล่ะสิว่าต่างกับเพื่อนยังไง คืองี้ เพื่อนมันเป็นเพื่อนไง ส่วนสังคมเนี่ย เป็นฐานะอะไรก็ได้ แต่เรามาเจอกันแล้วก็ลิ้งค์ๆกันไว้ บางคนกลายเป็นเพื่อนร่วมงาน บางคนเป็นที่ปรึกษา บางคนมาเป็นพี่เป็นน้อง บางคนได้เป็นถึงผู้มีพระคุณให้เราได้พึ่งพิง และบางคนก็ได้เป็นแค่คนรู้จัก.. เอ่อ.. “ได้ภาษาอินโดฯ” (แม้จากหางอึ่งจะเพิ่มเป็นหางหนูแฮมสเตอร์ก็ตาม) แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนคาดหวังจากการมาต่างบ้านต่างเมืองของเราในครั้งนี้ เออ..ถือว่าได้แล้วนะ เหอะๆๆๆ ต่อมาคงเป็น “เวลา” ก็อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่าได้มาอยู่คนเดียวในต่างแดนตั้งเกือบปี มันก็เลยมีเวลาว่างเยอะ ได้เรียน ได้คิด ได้เพ้อ ได้ฟุ้งซ่าน ได้พักผ่อน ได้ทำอะไรเอง (ซักผ้า รีดผ้า ทำกับข้าว ฯลฯ) และ ได้ “อิสระ” เออ..อันนี้ได้จริง มีอย่างที่ไหน ตีสองยังนั่งอยู่ในร้านอินเตอร์เน็ต ห้าทุ่มหิวข้าวก็เดินออกมาหาข้าวกิน ขืนอยู่ไทยทำอย่างนี้ “แม่คงได้ตีตาย” (เข้าใจหน่อยว่าไม่เคยอยู่หอ) มันทดแทนช่วงเวลาในมหา’ลัยได้พอสมควรเลย (อย่าเอาไปบอกแม่เรานะ เรา”โป้ง” จริงๆ ด้วย) ได้ “เที่ยว” ความจริงคือไม่ว่าจะไปที่ไหน อู๋ก็ขอเที่ยวไว้ก่อนอยู่แล้วอะ แต่ถ้าอยู่ที่ไทยก็คงไม่ได้เที่ยวบาหลี ไม่ได้เที่ยวยอกยา ไม่ได้เที่ยวอินโดนีเซียนั่นแหละจริงมะ คิคิคิ อันนี้..(ขออายนิดนึง) “ได้แฟนเป็นเด็กน้อยสมใจอยาก” แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ (ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่า “โคตรสั้น” ถึงจะถูก) แต่เราก็มีความสุขมากกกกกก อยากขอบคุณเค้านะที่สละเวลามาเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำดีๆ ให้เรา คิดถึงเมื่อไหร่ก็ยังสวยงาม อืม... “อู๋รักเด็กค่ะ” (^_^) อืม..ได้ “มือถือเครื่องใหม่” ทั้งที่ใจก็ยังไม่พร้อมจะลืมเครื่องเก่า แต่ในเมื่อของมัน “หาย” ครั่นจะให้ใช้พิราบสื่อสารก็เกินไป เลยต้องซื่อเครื่องใหม่ เพื่อรอคอยใครสักคนนึกขึ้นได้ว่ายังมี “คนหน้าตาดี” หลบมาหายใจทิ้งไปวันๆ ที่อินโดนีเซีย (เมื่อไหร่เทวดาจะดลใจให้มันโทรมาซะทีวะ... “ก้อนอิฐ” เอ๊ยยย...) รวมทั้งที่ได้กลับไปเป็นเด็กที่ต้อง “แบมือขอเงินพ่อแม่ใช้อีกครั้ง” ทั้งที่เคยมีงานมีการทำ มีเงินเดือนเป็นของตัวเองแล้วนะ (T-T) คือ อันนี้ไม่ได้อยากเลย แต่มันจำเป็นจริงๆ (วิกฤตินี้เชื่อมโยงมาจากการที่เงินทุนสนับสนุนไม่พอเลี้ยงชีพนั่นเอง.. กรรม) อ่อ..สิ่งสุดท้ายที่ลืมไปเลยคือ “ได้ทุน” ในชีวิตนี้ได้ชื่อว่าเป็น “นักเรียนทุน” ที่ได้เงินรัฐบาลมาใช้จ่ายทุกเดือน (แม้ว่าจะไม่พอ “แ*ก” สักเดือนเลยก็เหอะ) เอาเป็นว่าอย่างน้อย การมาอินโดฯ ครั้งนี้ก็ถือว่า “ได้เยอะ” อยู่เหมือนกันเนาะ..ว่ามั๊ย??
ปล. ที่สำคัญคือได้รู้ใจตัวเอง ได้รู้ว่า “รักเธอ.. ประเทศไทย” ...จุ๊ฟฟๆๆๆ ฟอดดด November 13 วันฝนตก..ฝนตกหนัก เสียงอาซาลดังกระหึ่มจากทุกทิศ ถ้าเป็นมุสลิมก็ไปละหมาด ส่วนเด็กพุทธที่น่าสงสารก็ยังคงต้องดำเนินชีวิตแบบไร้ "วิตาหมู" ต่อไป..
นี่ต้องหอบโน๊ตบุ๊คมามหาลัยสองวันติดๆ เพราะหอที่เช่าด้วยราคาเกือบครึ่งนึงของทุนการศึกษา มันไม่มีอินเตอร์เน็ตให้ใช้ โอ้..อนาถแท้..
August 15 งานรับปริญญาสอนอะไรแก่ข้าพเจ้าข้อแรก.. ความพยายามสี่ปี วันนี้ได้กระดาษเปื้อนหมึกมา 3 แผ่น กับกระดาษแข็งหุ้มผ้าแดง ที่นอกจากค่าเทอมแล้ว เรายังต้องจ่ายเพิ่มอีก 630 บาทเพื่อซื้อ "ปริญญาบัตร" จากมหาลัย ข้อที่เก้า.. ขณะรอองค์ประธานคุณสามารถนอนหลับได้หนึ่งอิ่มเลย เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลที่ไม่ควรนำโทรศัพท์มือถือเข้าหอประชุมในวันพิธี เพราะมันอาจส่งเสียงรบกวนเวลานอนของบัณฑิตท่านอื่น
ข้อที่สิบ.. อย่าใส่ใจ "คนไม่รักษาสัญญา" คนพวกนี้ปากดี ชอบบอกว่า "จะมาถ่ายรูปด้วย" แต่ก็ไม่มา ก็ปล่อยมันไป คิดซะว่าคำพูดมันก็คล้าย "ตด" ..เหม็นแป็บเดียว เดี๋ยวเราก็ลืม ข้อที่สิบเอ็ด.. การแต่งหน้าแพงและเครื่องสำอางค์หรู มันไม่ช่วยให้คุณดูดีขึ้นหรอก ถ้าผิวหน้าคุณไม่ต่างอะไรจาก "หนังคางคก" และ "ครีมกันแดดไม่ช่วยอะไร" 555+
ข้อที่สิบสอง.. วันเวลาผ่านไปเร็วเสมอ แม้คุณจะเข้ารับปริญญาช่วงบ่าย ก็ขอแนะนำให้รีบมาแต่เช้า เพราะพวกที่เข้ารับรอบเช้ามักไม่อยู่รอถ่ายรูปร่วมกับเราในตอนเย็น
ข้อที่สิบสาม.. ร้อยละห้าสิบของรูปที่ถ่ายมาทั้งหมดจะเป็นรูปของพวกหน้าเดิมๆ วนเวียนกันอยู่ไม่เกินสิบคน แต่ร้อยละเก้าสิบเก้าจะเป็นใบหน้าของคนเพียงคนเดียว
ข้อที่สิบสี่.. ถึงจะทานอาหาร เข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวก่อนแต่งหน้า มันก็เท่านั้น เพราะเมื่อแต่งหน้าเสร็จจะรู้สึกหิว แต่งตัวเสร็จจะปวดท้องเข้าห้องน้ำทันที
ข้อที่สิบห้า.. ห้องน้ำจะแออัดไปด้วยฝูงมนุษย์ ชนิดที่ว่า จำนวนผู้ใช้บริการห้องสุขาภายในวันรับปริญญาเทียบได้กับการใช้ห้องสุขาหนึ่งรอบปีการศึกษา
ข้อสุดท้าย.. คนที่รักเราที่สุด คือ คนที่เรานึกถึงเป็นคนสุดท้าย คนที่เราปล่อยให้รอทั้งวันโดยโผล่หัวมาเมื่อเพื่อนแยกย้าย แต่เค้าก็ยินดีที่จะรอ เพื่อกลับบ้านพร้อมกับเรา “พ่อ-แม่” June 20 ไม่เสียใจแล้วเมื่อวานร้องไห้หนักจนอ้วก.. ตอนเย็นแม่ก็ชวนให้ไปกินบุฟเฟ่ต์ที่โรงแรมนารายณ์เป็นเพื่อน
หนีกลับมาก่อน มาถึงก็อาบน้ำนอน เพราะเหนื่อยกายและเพลียหัวใจ .. เฮ้อ เป็นเอามากเนอะ
แต่วันนี้แข็งแรงดีมาก ๆ ไม่มีความรู้สึกเศร้า ๆ เข้ามากวนใจอีก เมื่อทุกอย่างเป็นสิ่งที่ผ่านไปแล้ว
ไป warehouse คนเดียว กลับคนเดียว เหงานิดหน่อย แต่ก็อาศัยคุยกับพี่คนขับรถ ไปตลอดทาง
"อยากเป็นอย่างเจ้านายจัง เค้าน่ารัก ใจดี ขี้เล่น เป็นมิตรและฉลาด" ที่นี่ใคร ๆ ก็รักเค้า ดีจริง ๆ เลย
"คนที่มีความสุขจะเผื่อแผ่ความสุขจากภายใน..แล้วคนรอบ ๆ ตัวก็จะรับรู้ได้" .. เค้าก็เป็นคนอย่างนั้น
เวลายิ้มแล้วโลกสดใส เป็นรอยยิ้มของคนที่มองโลกในแง่ดี ง่าย ๆ สบาย ๆ เหมือนเราจะรู้ได้ว่าเค้า "สุขใจ"
"คิดว่าง่าย.. อะไร ๆ ก็จะง่ายไปอย่างนั้น ตามที่ใจเราคิด" บางทีก็เราเองนั่นแหละ ที่กดดันตัวเองให้ป็นทุกข์
วันนี้ไปก็โดนแกล้งสไตล์ลูกน้องที่ไม่มีเจ้านายมาดูแล
"You don't want to talk with me, right ?"
บ้าจริง ตาบ้านี่ เห็นเจ้านายไม่มา ขู่เราใหญ่
"ส่งของน้อยไปนะ..เอากลับไปได้มั๊ยเนี่ย"
"อะไรกัน ยูก็ขนของกลับไปสิ.."
"อ่อ..ไม่ได้ใช่มั๊ย งั้นจะรับไว้ให้ก็ได้"
ไม่อยากอ้าปากพูดด้วยเลย แต่ละคนตัวยังกะยักษ์
..น่ากลัว ยังกะจะจับเรากิน (เดินมาตั้ง 3 คน)
รู้ว่าเค้าหยอกเล่น แต่ถ้าเจ้านายอยู่
เค้าคงกำลังยืนยิ้มให้ จากที่ไหนสักมุมของห้อง
แล้วก็จะบอกเจ้าพวกนี้ว่า "เลิกแกล้งเค้าได้แล้ว..เอ็งก็"
แต่ไม่มีเค้าแล้ว.. โอ๊ะ เหงาจัง..
รู้สึกเหมือนลูกตามัน "ฉ่ำ ๆ"
หยุดเสาร์อาทิตย์นี้ ขอพักหน่อยดีกว่า.. |
|||
|
|